วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สีมงคลประจำวันเกิด

สีมงคลประจำวันเกิด

ตามหลักโหราศาสตร์ (มหาภูตะ มอญโบราณ)

สำหรับนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกเสื้อผ้า เครื่องประดับ


ความหมายของสี : วันอาทิตย์

ความสำเร็จ : ม่วง ส้ม เหลือง
โชคลาภ : ขาว
อำนาจ : ครีม เทา
เจ็บป่วย : ดำ น้ำเงิน
ทะเลาะเบาะแว้ง : เขียว
บริวาร การขอความช่วยเหลือ : แดง
มรณะ : ชมพู

ความหมายของสี : วันจันทร์

ความสำเร็จ : ครีม เทา
โชคลาภ : ชมพู
อำนาจ : ดำ น้ำเงิน
เจ็บป่วย : แดง ส้ม
ทะเลาะเบาะแว้ง : ม่วง ส้ม เหลือง
บริวาร การขอความช่วยเหลือ : ขาว
มรณะ : เขียว

ความหมายของสี : วันอังคาร

ความสำเร็จ : ดำ น้ำเงิน
โชคลาภ : เขียว
อำนาจ : แดง
เจ็บป่วย : ขาว
ทะเลาะเบาะแว้ง : ครีม เทา
บริวาร การขอความช่วยเหลือ : ชมพู
มรณะ : ม่วง ส้ม เหลือง

ความหมายของสี : วันพุธ

ความสำเร็จ : แดง
โชคลาภ : ม่วง ส้ม เหลือง
อำนาจ : ขาว
เจ็บป่วย : ชมพู
ทะเลาะเบาะแว้ง : ดำ น้ำเงิน
บริวาร การขอความช่วยเหลือ : เขียว
มรณะ : ครีม เทา

ความหมายของสี : วันพฤหัสบดี

ความสำเร็จ : ขาว
โชคลาภ : ครีม เทา
อำนาจ : ชมพู
เจ็บป่วย : เขียว
ทะเลาะเบาะแว้ง : แดง
บริวาร การขอความช่วยเหลือ : ม่วง ส้ม เหลือง
มรณะ : ดำ น้ำเงิน

ความหมายของสี : วันศุกร์

ความสำเร็จ : ชมพู
โชคลาภ : ดำ น้ำเงิน
อำนาจ : เขียว
เจ็บป่วย : ม่วง ส้ม เหลือง
ทะเลาะเบาะแว้ง : ขาว
บริวาร การขอความช่วยเหลือ : ครีม เทา
มรณะ : แดง

ความหมายของสี : วันเสาร์

ความสำเร็จ : เขียว
โชคลาภ : แดง
อำนาจ : ม่วง ส้ม เหลือง
เจ็บป่วย : ครีม เทา
ทะเลาะเบาะแว้ง : ชมพู
บริวาร การขอความช่วยเหลือ : ดำ น้ำเงิน
มรณะ : ขาว



ลองเอาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันนะครับ

ที่มา : หนังสือ "เคล็ดวิธี แก้กรรม - ปัญหาชีวิต กินอย่างไรไร้โรคภัย"

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข้อควรคำนึงก่อนเลือกซื้อแอร์บ้าน

ก่อนจะซื้อแอร์ทั้งที ควรศึกษาสักนิด จะได้ไม่ต้องมานั่งช้ำใจภายหลัง ^_^

ควรเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่มียี่ห้อที่เชื่อถือได้ เพราะแอร์โนเนม ส่วนใหญ่จะมี บีทียูน้อยกว่าที่บอกไว้ (ภาษาช่างแอร์เรียกว่า ไม่เต็ม บีทียู ) แอร์โนเนมส่วนใหญ่มี Btuh ประมาณ 70-80% ของที่่โฆษณาไว้ นอกจาก
จะไม่เต็มบีทียูแล้ว แอร์โนเนมยังมีเสียงดัง, กินไฟ และเสียเร็วอีกด้วย
การคำนวณขนาดทำความเย็น (Cooling capacity หรือ BTU) ควรเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับห้องที่จะติดตั้ง เพื่อให้ได้ความเย็นที่เหมาะสม เพราะการซื้อเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดใหญ่เกินไปจะส่งผลให้ห้องมีความเย็นมากเกินไปทำให้เครื่องต้องเดิน
-หยุดบ่อย นอกจากนี้ราคาเครื่องและ ค่าติดตั้งก็จะสูงตามไปด้วย ในทางกลับกัน ถ้าซื้อเครื่องปรับอากาศ
ขนาดเล็กเกินไป การทำความเย็นก็ไม่เพียงพอ และเครื่องก็ต้องทำงานตลอดเวลา ทำให้เครื่องมีอายุการ
ใช้งานสั้นลง ดังนั้นควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีความสามารถในการทำความเย็นให้เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง
โดยใช้วิธีการคำนวณ บีทียู พื้นฐาน หรือ สอบถาม ช่างผู้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ

ลักษณะการใช้งาน เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก โดยดูประเภทของห้องว่าเป็นห้องนอน ห้องรับแขก
ห้องทำงาน ร้านอาหาร ร้านค้า โรงแรม โรงพยาบาล ฯลฯ
รูปแบบ (ตั้ง-แขวน, ติดผนัง, ตู้ตั้ง, ฝังเพดาน) เลือกรูปแบบของเครื่องปรับอากาศ โดยคำนึงถึงพื้นที่ที่จะทำ
การติดตั้ง และความสะดวกในการดูแลรักษา (Maintenance) เครื่องแอร์แบบติดผนัง จะมีเสียงเงียบ
กว่าแบบตั้งพื้น/แขวนฝ้า แต่ว่าก็จะมีราคาแพงกว่า แต่อยากจะแนะนำให้ใช้ แบบติดผนัง โดยเฉพาะในห้องนอน เพราะว่าเสียงเงียบกว่ากันมาก

ควรเลือกใช้เทอร์โมสตัทแบบอิเลคโทรนิค เพราะควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ ไม่สวิงไปมา แอร์รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่เทอร์โมสตัท จะเป็นแบบอิเลคโทรนิกแล้ว ยกเว้นแอร์แบบตั้งพื้น/แขวนฝ้าบางรุ่นเท่านั้น ที่ยังคงให้แบบธรรมดามา (แบบไบเมทอล) มีข้อสังเกตง่ายๆอีกอย่างก็คือ ถ้าแอร์มีรีโมทคอนโทรล เทอร์โมสตัทจะเป็นแบบอิเลคโทรนิกค่อนข้างจะแน่นอน

ไม่ต้องไปสนใจมากกับแผ่นฟอกอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศ เพราะ เสื่อมสภาพเร็วมากๆ และที่ให้มาก็มีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถฟอกอากาศได้ตามที่โฆษณาแน่ๆ (อาจจะจับฝุ่นได้ 1000 อนุภาค จากที่วิ่งผ่านเป็นล้านอนุภาค) เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดเท่านั้น นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วๆไป ยังมักไม่ค่อยจะเปลี่ยนแผ่นฟอกอากาศด้วย ดังนั้นเมื่อใช้เครื่องไปพักเดียว ก็เหมือนกับไม่มีแผ่นฟอกอากาศอยู่แล้ว

ควรเลือกใช้แอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟ จะเบอร์ 5 หรือ เบอร์ 4 ก็ได้ (ต่ำกว่าเบอร์ 4 ไม่เห็นมีขาย) หรือ ได้มาตรฐาน มอก. เพราะ เป็นเครื่องที่มีการทดสอบความสามารถการทำความเย็นแล้ว (Btu/h) ซึ่งจะทำให้เราได้แอร์เต็มบีทียู (มีข่าวว่า มีการปลอมฉลากเบอร์ 5 เหมือนกัน ดังนั้นต้องดูประกอบกับยี่ห้อที่น่าเชื่อถือด้วย)


การคำนวนขนาดบีทียูที่เหมาะสมกับการติดตั้งแอร์

BTU คือ ขนาดทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ มีหน่วยดังนี้
1 ตันความเย็น = 12000 บีทียู / ชั่วโมง เราควรเลือกขนาดบีทียูของเครื่องปรับอากาศ ให้มีขนาดพอเหมาะกับห้องที่จะทำการติดตั้ง

ทำไมต้องเลือกบีทียูให้พอเหมาะ

BTU สูงไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตัดบ่อยเกินไป ทำให้ประสิทธิ์ภาพในการทำงานลดน้อยลง ทำให้ความชื้นในห้องสูง ไม่สบายตัวและที่สำคัญราคาแพงและสิ้นเปลื้องพลังงาน

BTU ต่ำไป คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลา เพราะความเย็นห้องไม่ได้ตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ สิ้นเปลื้องพลังงานและเครื่องเสียเร็ว

สามารถเลือกได้จากตารางข้างล่างดังนี้

BTU ห้องปกติ(ตร.เมตร) ห้องที่โดนแดด(ตร.เมตร)
9000 12-15 11-14
12000 16-20 14-18
18000 24-30 21-27
21000 28-35 25-32
24000 32-40 28-36
26000 35-44 30-39
30000 40-50 35-45
36000 48-60 42-54
48000 64-80 56-72
60000 80-100 70-90

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม

1. จำนวนและขนาดของหน้าต่าง

2.ทิศที่แดดส่องหรือทิศที่ตั้งของห้อง

3.วัสดุหลังคามีฉนวนกันความร้อนหรือไม่

4. จำนวนคนที่ใช้งานในห้อง

Credit : นสพ.ฉบับนึง (- -")

วันเสาร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2553

ทริคการคูณแม่9

Posted on 16 กรกฎาคม 2009 by มาริโอ้ เมาเหล้า

9 x 1 = 9 รู้อยู่แล้ว
9 x 2 = ?
9 x 3 = ?
9 x 4 = ?
9 x 5 = ?
9 x 6 = ?
9 x 7 = ?
9 x 8 = ?
9 x 9 = ?

ชูนิ้วมา 10 นิ้วครับ
9×1=9 ทีนี้ลดนิ้วลงนิ้วนึง นิ้วเราจะเหลือ 9 นิ้ว
9×2=18 นี่ลดนิ้วลงอีกนิ้วนึง นิ้วเราจะเหลือ 8 นิ้ว ดูหลักหน่วยนะครับ มันจะลดลงจาก 9 > 8 > 7 > 6 > 5 ถึง > 1
9×3=27 ลดนิ้วลงอีกนิ้ว นิ้วเราจะเหลือ 7 นิ้ว ดูหลัก 10 ด้วยครับ จะเพิ่มขึ้น จาก 1 > 2 > 3 > 4 ถึง > 9
9×4=36 ลดนิ้วลงอีกนิ้ว นิ้วเราจะเหลือ 6 นิ้ว
9×5=45
9×6=54
9×7=63
9×8=72
9×9=81
9×10=90
9×11=99
9×12=108
9×13=117
9×14=126

สรุป หลักสิบจะเพิ่มขึ้นทีละ 1
หลักหน่วยจะลดลงทีละ 1



Credit : Moolate

ทริคการคูณแม่11

Posted on 16 กรกฎาคม 2009 by มาริโอ้ เมาเหล้า

ข้อ 1. 53 x 11 = ?
ข้อ 2. 61 x 11 = ?
ข้อ 3. 74 x 11 = ?
ข้อ 4. 85 x 11 = ?

เอาง่ายๆ ก่อนละกัน ผมขอบอกเพื่อนๆ ได้เลยครับ ว่าทั้งหมดนี่ ผมคิดในใจเพียงข้อละ 1 วินาที ได้จริงๆ

เทคนิคคืออะไร.. มาดูกัน

เริ่มจากโจทย์ข้อแรก 53 x 11 = ?

วิธีทำ
นำ 5+3 = 8
นำ 8 มาใส่ไว้ระหว่าง 5 และ 3 = 583 จบ…. นี่คือคำตอบ ไม่เชื่อลองกดเครื่องคิดเลข..

เพื่อนๆ ลองคิดข้อ 2 – 4 ดูครับ..

อ่ะอ้าว ข้อ 2 ยังคิดได้ แล้วข้อ 3 กับ 4 คิดไง มันบวกกันได้เป็นสองหลัก

ไม่มีอะไรครับ เทคนิคมีดังนี่

ข้อ 3. 74 x 11 = ?
วิธีทำ
นำ 7+4 = 11
นำเลข 1 ตัวหน้า มาบวกกับ 7 = 8
นำตัวเลขมาเรียงกันใหม่ ให้เป็นคำตอบคือ 814

ข้อ 4. 85 x 11 = ?
วิธีทำ
นำ 8+5 = 13
น้ำเลข 1 ตัวหน้า มาบวกกับ 8 = 9
นำตัวเลขมาเรียงกันใหม่ ให้เป็นคำตอบคือ 935



Credit : Moolate

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

แฟนเก่า

วันนี้กระผมจะมาบรรยายในหัวข้อ "แฟนเก่าในระยะต่าง ๆ"


ขอเล่าถึงตอนที่กระผมเฮ็ดปริญญาเอก อยู่ที่มหาวิทยาลัยฮอกวอร์ต (เป็นรุ่นน้องแฮรี่ พอตเตอร์)


กระผมมีโอกาสทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ "สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแฟนเก่า"


กระผมพบว่า
"แฟนเก่า" มีวงจรชีวิตที่คล้ายกับสัตว์จำพวกแมลงโดยทั่วไป

กล่าวคือมีช่วงเวลาในระยะฟักตัว เป็นตัวอ่อน พัฒนาไปเป็นตัวเต็มวัย แล้วสุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นร่างใหม่

ซึ่งผมจะอธิยายอย่างละเอียดดังต่อไปนี้

ระยะที่ 1 แฟนเก่าระยะฟักตัว

ในระยะนี้ แม้ว่าภายนอก สถานภาพของเราสองคนยังเป็นแฟนกันอยู่

แต่ภายในกลับมีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "แฟนเก่า" กำลังแอบฟักตัวอยู่เงียบ ๆ ที่ตรงซอกหัวใจ

ไข่ของแฟนเก่า เอิ่ม กระผมหมายถึงไข่ที่กำลังจะฟักเป็นตัวอ่อน (บางคนจินตนาการไปไกล) จะเติบโตขึ้นทุกวัน โดยดูดซึม "เวลา" และ "ความเข้าใจ" ของคนสองคนเป็นอาหาร

ดังนั้น ยิ่งไข่ของแฟนเก่าเติบโตขึ้นมากเท่าไร เวลาที่มีให้กันก็น้อยลงเท่านั้น ความเข้าใจเห็นอกเห็นใจกันก็พลอยน้อยลงไปด้วย มีแต่เรื่องทะเลาะกันมากขึ้นทุกวัน

ตัวอย่างวิธีสังเกตแฟนเก่าในระยะนี้


1. ติดเพื่อน

เวลาโทรหา บทสนทนาจะเป็นประมาณนี้

"เธอคุยกับใครอ่ะ" ----- "คุยกับเพื่อน"

"เธออยู่ไหนอ่ะ" ----- "อยู่กับเพื่อน"

"เธอกินข้าวยังไงอ่ะ" ----- "กินกับเพื่อน"

"เธอทำอะไรอยู่อ่ะ" ----- "ทำรายงานกับเพื่อน"

"วาเลนไทน์ปีนี้ไปไหนดีอ่ะ" ----- "ไปกับเพื่อน"

.......... เอ่อ ..........ไม่ใช่แระ


2. งานยุ่ง

"เธอ ๆ วันจันทร์ว่างเปล่า" ----- "ไม่ว่างอ่ะ ทำรายงาน"

"เธอ ๆ วันอังคารว่างเปล่า" ----- "ไม่ว่างอ่ะ อ่านหนังสือใกล้สอบ"

"เธอ ๆ วันพุธว่างเปล่า" ----- "ไม่ว่างอ่ะ ไปตัดผม" (บ้านป้าเธอตัดผมวันพุธ)

"เธอ ๆ วันพฤหัสว่างเปล่า" ----- "ไม่ว่างอ่ะ ไปไหว้ครู" (อันนี้สมเหตุสมผล)

"เธอ ๆ วันศุกร์ว่างเปล่า" ----- "ไม่ว่างอ่ะ เค้ามีพรีเซนต์"

"เธอ ๆ วันเสาร์ว่างเปล่า" ----- "ไม่ว่างอ่ะ ไปดูหนัง" ----- "อ้าวไปดูกับใครอ่ะ" ----- "เพื่อน!!??"


โปรดกลับไปอ่านข้อ 1

แฟนเก่าในระยะฟักตัวนี้ ยังสามารถรักษาให้หายได้ด้วยความเอาใจใส่และแคร์ซึ่งกันและกัน

แต่ถ้าหากปล่อยไว้ ไข่ของแฟนเก่าจะดูดซึม "เวลา" และ "ความเข้าใจ" และค่อย ๆ กัดกร่อนหัวใจคนสองคนไปจนหมดสิ้นในที่สุด


ระยะที่ 2 แฟนเก่าระยะตัวอ่อน

หลังจากผ่านมาระยะหนึ่งแล้ว ก็ถึงเวลาที่แฟนเก่าจะฟักออกมาเป็นตัว ลืมตาออกมาดูโลกซักที

บางท่านอาจสงกะสัยว่า "หนูจะรู้ได้ไงคะ ว่าแฟนเก่ามันฟัก...........ออกมาเป็นตัวแล้ว"

ครับ

กระผมมีวิธีสังเกตง่าย ๆ

เมื่อใดก็ตามที่สิ้นเสียงประโยคที่ว่า "เราเลิกกันเถอะ"

เมื่อนั้นแหละครับคือวินาทีที่แฟนเก่าได้ออกมาลืมตาดูโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

ประโยคที่ว่าอาจจะเป็นประโยครูปแบบอื่นที่แฝงนัยและความหมายเหมือนประโยคนี้

ตัวอย่างเช่น "เราเข้ากันไม่ได้" , "เราสองคนมันเหมือนเส้นขนาน" หรือ "เราอยู่ห่างกันซักพักเถอะ" (โอ้ย จี๊ด) ฯลฯ

สิ้นประโยคเหล่านี้เมื่อไร เราก็สามารถเรียกว่า "แฟนเก่า" ได้อย่างเต็มปากเมื่อนั้น

อย่างไรก็ตาม แฟนเก่าในระยะตัวอ่อนนี้ ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

ดังนั้นความรักความผูกพันธ์ของคนสองคนยังคงเหลืออยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแฟนเก่าอย่างเต็มตัว (แต่อาจจะไม่ค่อยเต็มใจ) แต่ก็ยังแอบคิดถึงกันทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงเก่า ๆ ที่เราเคยฟังด้วยกัน สถานที่ต่าง ๆ ที่เคยเดินจูงมือกัน ร้านอาหารที่เคยไปกินด้วยกัน สายตาที่เคยสบประสานกันและหัวใจที่เคยใช้ร่วมกัน (เสี่ยวว่ะ)

ด้วยความที่ยังมีเยื่อใยกันอยู่ คนโบราณจึงเปรียบเปรยช่วงเวลานี้เป็น "ถ่านไฟเก่า" ที่พร้อมจะลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ถ้ามีอะไรมากระตุ้น

ดังนั้น ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การกำจัดตัวแฟนเก่าเป็นอย่างยิ่ง

ขอเพียงนึกถึงความรู้สึกดี ๆ เมื่อวันเก่า ๆ และ "ให้อภัย" ซึ่งกันและกัน

เพียงเท่านี้พวกเราก็มีโอกาสที่จะรักษาโรคแฟนเก่าให้หายได้


ระยะที่ 3 แฟนเก่าตัวเต็มวัย

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถรักษาโรคแฟนเก่าให้หายขาดได้

บางคนก็ปล่อยให้มันเติบโต ลุกลามจนกลายเป็นตัวเต็มวัยโดยไม่คิดที่ทำอะไรเลย

"ถ่านไฟเก่า" ก็เป็นเพียง "ถ่านไฟฉาย" ก้อนหนึ่งที่หมดไฟ (และชาร์ตใหม่ไม่ได้ด้วย)

ในระยะนี้ ความผูกพันธ์และห่วงใยลดน้อยลง

ประกอบกับมีสิ่งใหม่ ๆ ผ่านเข้ามาในชีวิต จนทำให้ลืมเลือนสิ่งเก่า ๆ ไป

แฟนเก่าในระยะนี้ ลุกลามมากเกินกว่าจะรักษาให้หายได้แล้ว


ระยะที่ 4 แฟนเก่ากลายร่าง (Morph)

หลังจากที่เติบโตจนเต็มที่แล้ว ก็ถึงเวลาที่แฟนเก่าต้องกลายร่างซักที

วิธีสังเกตแฟนเก่าในระยะสุดท้ายนี้ง่ายมากครับ

เมื่อใดก็ตามที่ "แฟนเก่า" ไปมี "แฟนใหม่"

มันกลายร่างเมื่อนั้นแหละ

แฟนเก่าในระยะนี้จะชอบหนีหน้ามากเป็นพิเศษ เช่น


โทรไปไม่รับ

ทักเอ็มไม่ตอบ

เม้น Hi5 แล้วไม่เม้นกลับ

ไม่รับแอ๊ด FB

ฯลฯ

เนี่ยแหละครับ อาการของแฟนเก่าในระยะนี้

เมื่อแฟนเก่าไปมีแฟนใหม่ เป็นธรรมดาที่ความรักความห่วงใยที่เคยเป็นของเราต้องกลับกลายเป็นของคนอื่น

จากที่เคยทักทาย พูดคุยกันบ้างอะไรบ้าง ก็เหลือแต่ความชินชา เมินเฉย ทำเหมือนเราเป็นแค่โหนกอูฐโหนกนึงที่ไม่มีค่าอะไรนอกจากไว้ให้อูฐใช้สะสมน้ำกลางทะเลทราย

เมื่อใดก็ตามที่แฟนเก่าไปมีแฟนใหม่

แฟนเก่า ก็จะกลายร่างเป็น คนแปลกหน้า คนหนึ่งเท่านั้นเอง

(บางคนมีแฟนแล้วก็ยังดีกันอยู่นะ ไม่แน่ ๆ)

อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยชิ้นนึงพบว่า "แฟนเก่าในระยะต่าง ๆ ของแต่ละคนมีระยะเวลาไม่เท่ากันนะ"

บางคนมีระยะเวลาฟักตัวยาวนานมาก เมิงฟักตัวกันอยู่ได้ ยืดยื้อกันไปทั้งสองฝ่าย

บางคนมีระยะเวลาตัวอ่อนนาน จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ยังแอบคิดถึงและห่วงใยกันตลอดเวลา กิ๊บกิ้ว

แต่บางคนโชคร้าย พอเลยระยะตัวอ่อนปุ๊บ ก็กลายร่างเป็นคนแปลกหน้าปั๊บ อันนี้ก็เศร้าหน่อยนะ

"แฟน" ก็เหมือนสังขารอื่นทั่วไป มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็เลิกกันไป มีรัก ก็ต้องมีเลิกกันเป็นธรรมดา

เอ๊ะ นี่กระผมมาบรรยายหรือมาเทศนาธรรมเนี่ย

เอาเถอะ แฟนเก่าช่างมันไป หาแฟนใหม่กันดีกว่าเนอะ

ขอเป็นกำลังใจให้แฟนเก่าทุกระยะ

กระผมขอจบการบรรยายแต่เพียงเท่านี้ สวัสดี

ป.ล. แล้วแฟนเก่าคุณล่ะ อยู่ในระยะไหน


เครดิต::http://dekwad.exteen.com